Share

เครื่องมือ Workflow มีอะไรบ้าง ? สรุปเทรนด์อัปเดตปี 2026

Key takeaway

ในปี 2026 เครื่องมือ Workflow Automation คือกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนธุรกิจสู่ระบบอัจฉริยะ ตั้งแต่การจัดการภายใน การวิเคราะห์ข้อมูลระดับ AI-first ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือระดับ โดยมี aiScript จาก AIGEN เป็นโซลูชัน Low-code ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี IDP ซึ่งเข้าใจบริบทภาษาไทยและโครงสร้างองค์กรไทยอย่างลึกซึ้ง ช่วยเปลี่ยนงานเอกสารที่ซับซ้อนให้เป็นระบบอัตโนมัติแบบ End-to-End เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน

เครื่องมือวางระบบ Workflow สร้างความลื่นไหลในยุค Data-Driven

ปี 2026 จะไม่ใช่แค่ยุคของการ “ทำงานที่เร็วขึ้น” เท่านั้น แต่ยังเป็นยุคของการ “ออกแบบงานให้ฉลาดขึ้น” ธุรกิจที่ยังใช้ Workflow แบบแยกส่วน จะเริ่มแพ้ให้กับองค์กรที่คิดเป็นระบบตั้งแต่ต้น เครื่องมือสำหรับ Workflow Automation จึงไม่ได้เป็นแค่ตัวช่วยหลังบ้าน แต่คือกลไกหลักของการเติบโต การสเกล และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

Workflow Automation คืออะไร และทำไมจึงสำคัญในปี 2026 ?

มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า Workflow Automation คืออะไร ? หากอธิบายให้เห็นภาพง่ายที่สุด สิ่งนี้คือการเปลี่ยนกระบวนการทำงานที่เคยต้องใช้คนทำทีละขั้นตอน (Manual Process) ให้กลายเป็นระบบอัตโนมัติผ่านการกำหนดเงื่อนไขล่วงหน้า เมื่อมีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น ระบบจะส่งต่องานไปยังขั้นตอนถัดไปทันทีโดยไม่ต้องรอคนมากดสั่ง

ในปี 2026 ความสำคัญของ Workflow Automation ได้ก้าวข้ามการลดงานที่ซ้ำซ้อนไปไกล แต่กลายเป็นการสร้าง “Digital Backbone” ซึ่งเปรียบเสมือนโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงทุกส่วนขององค์กรเข้าด้วยกัน ทำให้ข้อมูลไหลเวียนอย่างเป็นระบบ มีความแม่นยำสูง และรองรับการขยายตัวของธุรกิจได้อย่างไร้ขีดจำกัด

3 ประเภทเครื่องมือ Workflow Automation มีอะไรบ้างที่น่าสนใจและมักถูกนำมาใช้งาน ?

1. เครื่องมือ Workflow สำหรับจัดการกระบวนการทำงานภายในองค์กร

ในช่วงที่ความคล่องตัว (Agility) คือหัวใจสำคัญ การบริหารจัดการภายในองค์กรจำเป็นต้องลดขั้นตอนที่ไร้ประสิทธิภาพออกไปให้มากที่สุด เครื่องมือที่ใช้จัดการกระบวนการทำงานจึงถูกแบ่งออกเป็นหมวดหมู่หลัก ดังนี้

  • Process Automation Tools : เป็นเครื่องมือที่เปลี่ยนงานซ้ำซ้อนให้กลายเป็นระบบอัตโนมัติ โดยจะถูกออกแบบมาเพื่อลดภาระงาน Manual Tasks ที่กินเวลามหาศาล เช่น การคีย์ข้อมูลเอกสาร การจัดหมวดหมู่ไฟล์ หรือการดึงข้อมูลจากอีเมลเพื่อลงระบบฐานข้อมูล โดยระบบจะใช้เงื่อนไขแบบ “If-This-Then-That” ในการขับเคลื่อนงานให้ไหลลื่นไปโดยอัตโนมัติ ช่วยลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error) ได้เกือบ 100%
  • Approval Workflow : ปัญหาใหญ่ของหลายองค์กรคือ “การรออนุมัติ” เครื่องมือกลุ่มนี้จะเข้ามาสร้างกระบวนการอนุมัติให้โปร่งใส เมื่อมีการส่งคำขอ ระบบจะแจ้งเตือนผู้มีอำนาจตัดสินใจทันทีผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน หรืออีเมล พร้อมระบุลำดับขั้นที่ชัดเจน ทำให้ตรวจสอบได้ว่างานติดอยู่ที่ใคร และลดระยะเวลาจากวันให้เหลือเพียงไม่กี่นาที
  • Task & Project Workflow : ถือเป็นโซลูชันที่เชื่อมทีมให้ทำงานเป็นจังหวะเดียวกัน เพราะมีคุณสมบัติในการช่วยจัดลำดับความสำคัญของงาน และติดตามสถานะได้แบบ Real-time ช่วยให้คนในทีมมองเห็นภาพรวมเดียวกัน ลดการสื่อสารซ้ำซ้อนในห้องประชุม และทำให้การส่งต่องานระหว่างแผนกเป็นไปอย่างราบรื่น

2. เครื่องมือ Workflow สำหรับข้อมูล (Data Workflow) ในยุค AI-first

เมื่อกระบวนการทำงานในส่วนแรกถูกเปลี่ยนเป็นระบบดิจิทัลแล้ว ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ “ข้อมูลจำนวนมหาศาล” แต่หัวใจสำคัญของการสร้าง Workflow ในปี 2026 ไม่ใช่แค่การเก็บข้อมูล แต่คือการบริหารจัดการให้ข้อมูลเหล่านั้นไหลเวียนไปสร้างมูลค่าได้อย่างไร้รอยต่อ โดยเครื่องมือ Data Workflow จะเข้ามาทำหน้าที่เชื่อมโยงจิ๊กซอว์เหล่านี้เข้าด้วยกัน

  • Data Integration Tools : ความท้าทายขององค์กรคือข้อมูลมักถูกจัดเก็บอยู่ในแต่ละแผนก (Data Silo) แต่เครื่องมือ Integration จะทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อม” ที่สามารถดึงข้อมูลจากระบบมาใช้ได้อย่างง่ายดาย เช่น ข้อมูลการอนุมัติเอกสารจากระบบ Approval หรือสถานะงานจาก Project Workflow เข้ามารวมอยู่ในแหล่งเดียว (Data Warehouse) เพื่อให้ธุรกิจเห็นภาพรวมเดียวกันทั้งองค์กร
  • Data Automatio : เมื่อข้อมูลถูกรวบรวมมาแล้ว แทนที่จะปล่อยให้เป็นข้อมูลดิบที่อ่านยาก เครื่องมือกลุ่มนี้จะทำการประมวลผลและ “แปรรูป” ข้อมูลอัตโนมัติให้กลายเป็น Dashboard หรือรายงานที่พร้อมใช้งานทันที ทำให้ผู้บริหารไม่ต้องรอรายงานสรุปสิ้นเดือน แต่สามารถตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่อัปเดตแบบนาทีต่อนาที
  • AI-assisted Workflow: เป็นเครื่องมือ Workflow Automation ที่ทำงานร่วมกับ AI แต่หลายคนคงอาจสงสัยว่าประโยชน์มีอะไรบ้างที่ตอบโจทย์ธุรกิจ ซึ่งสิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือความสามารถในการประมวลผลข้อมูลแบบ “คิดและวิเคราะห์เบื้องต้น” เพื่อส่งต่องานคืนกลับไปยังพนักงาน พร้อมข้อเสนอแนะที่มีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อระบบพบว่าสต็อกสินค้าใกล้หมดจาก Data Workflow ระบบจะทำการแจ้งเตือนและร่างใบสั่งซื้อให้พนักงานกดยืนยันได้ทันที เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสมองกลและมนุษย์อย่างสมบูรณ์แบบ

3. เครื่องมือ Workflow สำหรับ Customer Journey และประสบการณ์ลูกค้า

เมื่อระบบภายใน (Internal) และข้อมูล (Data) แข็งแรงแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการเชื่อมต่อ Workflow เหล่านั้นออกสู่ “โลกภายนอก” เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เหนือระดับให้แก่ลูกค้า โดยจะมีประโยชน์ที่น่าสนใจ ดังนี้

  • บริหารลูกค้าแบบต่อเนื่องตั้งแต่ Lead ถึง Loyalty : ข้อมูลจากระบบ Data Workflow ที่กล่าวถึงในข้อก่อนหน้าจะถูกนำมาใช้ในส่วนนี้ เพื่อให้ทีมขายดูแลลูกค้าได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งพนักงานจะใช้ข้อมูลที่ได้ที่จากระบบติดตามสถานะการซื้อขายโดยอัตโนมัติ ช่วยให้ลูกค้าไม่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง
  • สื่อสารถูกคน ถูกเวลา โดยไม่ต้องเฝ้าระบบ : เครื่องมือจะนำผลวิเคราะห์จากเครื่องมือ AI-assisted Workflow มาใช้ในการทำ Personalization เพื่อส่งข้อความหรือโปรโมชันที่ตรงใจลูกค้าแต่ละรายโดยอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้แม่นยำขึ้น
  • ลดเวลาแก้ปัญหา เพิ่มความพึงพอใจลูกค้า : เมื่อลูกค้าแจ้งปัญหา ระบบจะใช้ Workflow เชื่อมโยงข้อมูลประวัติการซื้อจาก CRM มายังทีม Support ทันที เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงจุดที่สุด

aiScript และโซลูชันจาก AIGEN เครื่องมือ Workflow Automation ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจไทย

เพื่อให้ Workflow การทำงานราบรื่น ตั้งแต่การจัดการภายในองค์กร ข้อมูล ไปจนถึงการดูแลลูกค้าทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์ ธุรกิจไทยจำเป็นต้องมีแพลตฟอร์มที่เป็นแกนกลางในการเชื่อมต่อเทคโนโลยี AI เข้ากับโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่ง aiScript จาก AIGEN คือคำตอบที่ถูกพัฒนามาเพื่อแก้ Pain Point นี้โดยเฉพาะ

aiScript คือ Low-code AI Platform ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถออกแบบและสร้าง Workflow อัตโนมัติได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดาย จุดเด่นที่เหนือกว่าเครื่องมือทั่วไปคือการเป็นแพลตฟอร์มที่รวมเอาเทคโนโลยี Intelligent Document Processing (IDP) เข้ามาไว้ในตัว 

ทำให้เครื่องมือนี้สามารถ “อ่าน” และ “แยกข้อมูล” จากเอกสาร เช่น ใบกำกับภาษี, บัตรประชาชน หรือแบบฟอร์มธุรกิจได้อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งส่งต่อข้อมูลเหล่านั้นเข้าสู่ระบบอื่นได้ทันที ช่วยลดขั้นตอนการทำงานซ้ำซ้อนและเปลี่ยนงานเอกสารที่ยุ่งยากให้กลายเป็นระบบอัตโนมัติที่สมบูรณ์แบบ

ทำไมธุรกิจไทยควรเลือกโซลูชันที่เข้าใจบริบทไทยตั้งแต่แรก ? 

เครื่องมือวางระบบ Workflow ต้องอ่านภาษาไทยได้แบบ Native Speaker

ความท้าทายเฉพาะตัวของธุรกิจไทยคือ “ภาษา” และ “รูปแบบเอกสาร” ที่มีความหลากหลายสูง aiScript ถูกเทรนด้วยชุดข้อมูลภาษาไทยและรูปแบบเอกสารที่ใช้ในประเทศไทยโดยเฉพาะ ทำให้มีความแม่นยำในการประมวลผลภาษาไทย (NLP) สูงกว่าเครื่องมือจากต่างประเทศ 

นอกจากนี้ ยังเข้าใจโครงสร้างองค์กรและการขออนุมัติที่มีความซับซ้อนของธุรกิจไทย ทำให้การทำ Workflow Automation ในไทยประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น และปรับตัวเข้ากับระบบบัญชีหรือ ERP ที่ใช้ในประเทศไทยได้อย่างไร้รอยต่อ

ชนะในสมรภูมิธุรกิจยุค Data-Driven ด้วยเครื่องมือ Workflow Automation แบบครบวงจร

AIGEN วางเกมให้ธุรกิจโตอย่างเป็นระบบ เพราะเราไม่ได้มอบเพียงแค่ Software แต่จะมอบ “สมองกล” ให้แก่ผู้ประกอบการ ด้วย aiScript ทำให้องค์กรก้าวข้ามขีดจำกัดจาก Workflow ธรรมดาไปสู่ Intelligent Automation ที่สามารถวิเคราะห์ ตัดสินใจ และจัดการงานได้แบบ End-to-End ตั้งแต่การรับเอกสารเข้าจนถึงการบันทึกผลลัพธ์ลงระบบปลายทาง ช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตในยุค AI อย่างแท้จริง

หากธุรกิจของคุณกำลังมองหา Workflow Automation ในไทยที่ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือ แต่เป็นโซลูชันที่เข้าใจโครงสร้างองค์กร กระบวนการทำงาน และทิศทางการเติบโตในปี 2026 AIGEN พร้อมช่วยออกแบบระบบ Workflow ที่เชื่อม AI เข้ากับงานจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม ติดต่อ AIGEN วันนี้ เพื่อรับคำปรึกษาและทดลองใช้งานจริงได้แล้ววันนี้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องมือ Workflow Automation (FAQs)

Q: เครื่องมือ Workflow มีความสำคัญอย่างไรต่อธุรกิจในปี 2026 ?

A: เป็นกลไกหลักในการลดต้นทุนการดำเนินงาน เพิ่มความเร็วในการบริการลูกค้า และช่วยให้พนักงานสามารถโฟกัสกับงานที่มีมูลค่าสูง (High-Value Tasks) แทนงานธุรการที่ซ้ำซ้อน

Q: ธุรกิจ SME จำเป็นต้องใช้เครื่องมือ Workflow Automation หรือไม่ ?

A: จำเป็นอย่างมาก เนื่องจากธุรกิจขนาดเล็ก พนักงานหนึ่งคนมักต้องทำหลายหน้าที่ การนำ Workflow Automation มาใช้ จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้เป็นอย่างดี ทำให้ลดเวลาการทำงานได้ อีกทั้งยังเหมาะกับธุรกิจที่มีข้อมูลจำนวนมาก มีกระบวนการซับซ้อน หรือมีงานที่ต้องประสานหลายระบบ เช่น การเงิน ประกัน โลจิสติกส์ และองค์กรขนาดกลางถึงใหญ่

Q:  การเลือกเครื่องมือ Workflow Automation ควรพิจารณาจากปัจจัยใด ?

A: ควรพิจารณาความง่ายในการใช้งาน (Low-code), ความแม่นยำในการรองรับภาษาและเอกสารไทย และความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบเดิมที่มีอยู่ผ่าน API

Q:  aiScript แตกต่างจากเครื่องมือทั่วไปอย่างไร ?

A: aiScript โดดเด่นด้วยการใช้ AI OCR ประมวลผลเอกสารไทยได้อย่างแม่นยำ และเป็นระบบ Low-code ที่ให้คนในธุรกิจปรับแต่ง Flow ได้เองโดยไม่ต้องมีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมเชิงลึก

AIGEN Live chat